หน้าแรก
ตามรอยอร่อย
ทัวร์กินกับหมึกแดง
สูตรอาหาร
หมึกแดงไกด์
หมึกแดงสโมสร
ค้นหาบทความต่างๆ
หน้าแรก ตามรอยอร่อย ร้านโป่งแยงแอ่งดอย และร้านก๋วยจั๊บช้างม่อยตัดใหม่

ร้านโป่งแยงแอ่งดอย และร้านก๋วยจั๊บช้างม่อยตัดใหม่

01ก่อนที่ผมจะพาเพื่อนๆไปรับประทานอาหารอร่อยๆวันนี้ ผมขอแจ้ง และประชาสัมพันธ์ “หมึกแดงไกด์” ซึ่งเป็นป้ายที่ผมไม่ได้มอบให้กับร้านที่ผมได้ไปชิมมาเป็นเวลานานพอสมควร ขณะนี้เราได้ส่งจดหมายไปที่ร้านต่างๆ ที่ได้รับการเขียนถึงตั้งแต่ปี 2552 ทั้งปี และปี 2553 จนถึงปัจจุบัน เรียบร้อยแล้ว เป็นจดหมายที่แจ้งว่าเราจะทำโลโก้ใหม่สำหรับ”หมึกแดงไกด์” และผมได้แนบภาพ”หมึกแดงไกด์”ใหม่มาให้เพื่อนๆได้ดูด้วย และได้แจ้งไปกับร้านต่างๆว่า หากอยากได้ป้ายใหม่ก็ให้ติดต่อมาที่บริษัท ทางเราจะได้จัดการทำป้าย และส่งไปให้ อย่าไปหลงเชื่อคนที่จะโทรศัพท์มาหา และถามว่าอยากได้ป้ายหรือไม่ หรือว่า อยากได้เทปรายการหรือไม่ คนพวกนี้เป็นพวก 18 มากุฎที่ชอบมาอ้างชื่อบริษัทของผมเพื่อจำทำมาหากินบนหลังของผมนะครับ เพราะฉะนั้น ถ้าไม่ได้รับจดหมายก็รอไปก่อนก็แล้วกันนะครับ ในขณะนี้เรากำลังทยอยส่งจดหมายไปทุกร้านที่เราเขียนในปีที่แล้ว และปีนี้ จนถึงปัจจุบัน ปีต่อๆไปเราก็จะเริ่มทำทีหลัง ก็ขออนุญาตให้รอจดหมายก็แล้วกันนะครับ ถ้ามีเหตุประการใด และไม่แน่ใจ แล้วมีคน02ติดต่อมา ก็ให้ขอชื่อและเบอร์โทรศัพท์ของเขาไว้ และให้โทรมาที่บริษัทของผมที่หมายเลข 02-927-8835-6 ต่อ 14 และรายงานมากับทางฝ่ายบัญชีของผม ซึ่งฝ่ายบัญชีจะให้ความกระจ่างได้ว่า เขาเป็นคนติดต่อไปหรือเปล่า อย่าไปเชื่อว่าคนที่อ้างมาจากบริษัทของผมโดยมิได้ตรวจสอบนะครับ มิฉะนั้น อาจจะเสียสตางค์เปล่าก็ได้ เอาหละผมพูดมาเสร็จเรียบร้อยแล้ว เรื่องพรรค์นี้ก็เป็ยวัฏจักรของมัน เพราะว่า หลายปีที่ผ่านมาก็มีคนทำเช่นนี้มาตลอด เพราะฉะนั้น ก็เป็นสิ่งธรรมดาที่ผมไม่ทราบเหมือนกันว่า คนพวกนี้ไปเอานิสัยใจคออันขี้โกงมาจากไหน แต่ก็ขอให้เพื่อนๆที่จะได้รับป้าย และจดหมาย รายงานมาก็แล้วกันครับ ว่าคนเหล่านี้มีชื่อ และเบอร์โทรศัพท์อะไร ผมจะได้ไปแจ้งกับตำรวจให้นะครับ เอาหล่ะวันนี้ เราไปเที่ยวที่เชียงใหม่ก็แล้วกัน ผมขึ้นไปโครงการหลวงที่หนองหอย เพื่อไปดูการปลูกพืชผัก แล้วตอนนั้นที่ผมไปก็มีการปลูกสตรอว์เบอร์รี่ ซึ่งสตรอว์เบอร์รี่ที่อยู่บนดอยนั้นก็จะถูกกว่าในตัวเมืองเชียงใหม่หลายเท่าทีเดียว รู้สึกว่าที่ผมซื้อมา06คราวนั้นกิโลฯละ 50 กว่าบาทเท่านั้น แต่พอผมลงมาในตัวเมืองเชียงใหม่นั้นกลายเป็นกิโลฯละ 100 หรือ 150 พอมาถึงกรุงเทพฯก็กิโลฯละ 200 บาทพอดีเลย แต่อย่างไรก็ตาม เราไปเดินดู และซื้อสตรอว์เบอร์รี่ ไม่ได้ไปเก็บเองนะครับ เพราะถ้าไปเก็บเองป่านนี้ผมไหม้เกรียมไปแล้ว ขาลงมาก็หิวโหยมากๆเลย โดยมากแล้วผมก็จะฝากท้องไว้ที่บ้านของพี่สาวผม คือ คุณวันเพ็ญ ศักดาทร ที่บ้านแสนดอย หรือแสนคำเทอเรส แต่ว่าเราอยู่ไกลจากแสนคำเทอเรวเหลือเกิน เราก็เลยแวะไปร้านชื่อ โป่งแยงแอ่งดอย ปรากฎว่าผมไม่เคยไปที่นั่นมาก่อนเลย พื้นที่ก็ร่มเย็นเหลือเกิน แล้วเจ้าของที่ก็เป็นบริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น นั่นเอง แต่ว่ามีรุ่นพี่ของน้องชายผม ซึ่งเป็นรุ่นพี่จริงๆเลยจากโรงเรียนวชิราวุธ มาเป็นผู้บริหาร และทำร้านอาหารอยู่ที่นั่น ก็เลยถูกอกถูกใจ นั่งกินอาหารกันยกใหญ่ พี่ๆก็แนะนำให้ผมกินยำแฮมรมควัน ปรากฎว่าเหมือนกับแฮมรมควันที่ผมเคยได้กินตอนเด็กๆ ตอนที่ไปเรียนโรงเรียนประถมสาธิตประสานมิตร นี่เกือบ 50 กว่าปีมาแล้ว แต่ว่าความจำ และรสชาติมันเหมือนกับสมัยโน้นเลย และเป็นความเอร็ดอร่อย ทั้งเปรี้ยว เค็ม หอม แล้วก็แซ่บดีจริงๆเลยครับ ยำเห็ดเข็มทองก็ใช่เล่น แต่ที่ผมชอบมากๆคือ หมูแดดเดียวของเขา และเห็ดหอมเทอริยากิทอดของเขาด้วยนะครับ เขาใช้เห็ดหอมสดเอาไปหมักกับซอสเทอริยากิ แล้วเอาไปทอด เอร็ดอร่อยมากเลย เขาทำลาบปลาตะเพียนมาให้ผมรับประทาน ซึ่งตอนแรกนึกว่ามันจะคาวนะครับ แต่มันไม่คาวเลย เพราะ10ฉะนั้นก็เป็นสิ่งที่เราได้กินอย่างเอร็ดอร่อย ข้าวยังไม่มาผมฟาดเรียบเลย เพราะว่าหิวโหยมากเลย หลังจากนั้นต้องหาอะไรน้ำๆมากินบ้าง ก็มีไก่ผัดใบยี่หร่า ซึ่งหอมใบยี่หร่าจริงๆเลย ทำให้นึกถึงสมัยที่ผมไปจันทบุรี เพราะที่จันทบุรีเนี่ยใบยี่หร่าเขาใช้กันเยอะ พอพูดถึงจันทบุรีปั๊บก็เหลือบไปเห็นเมนูอีกชนิดหนึ่งที่ผมอยากจะกินเป็นอย่างยิ่งก็คือ ต้มยำขาหมูใบชะมวง ขาหมูเขาต้มจนกระทั่งมันนุ่มแต่ยังไม่เละนะครับ ยังมีความหอม ความหวาน ยังมีความชุ่มชื้นอยู่ แล้วใส่ใบชะมวง ทุกคนก็คงทราบดีว่าใบชะมวงจะมีรสเปรี้ยวนิดๆ แล้วเขาก็มีพริกขี้หนูสดบุบเข้าไปในนั้นด้วย ทำให้มันเผ็ดนิดหน่อย แต่คนที่ไปด้วยเขาไม่ค่อยชอบกินเผ็ดเท่าไหร่นักนะครับ ต้มยำไก่บ้าน หรือไก่ตอนของเขาก็อร่อยมาก แต่ที่กินกับข้าวจริงๆแล้วก็คงเป็น ไก่ผัดใบยี่หร่า และปลาเนื้ออ่อนทอดซอสฉู่ฉี่ ชอบมากๆเลย แต่ความจริงแล้วฉู่ฉี่เองก็มีกะทิเยอะ ผมอยากให้เขาเอาปลาเนื้ออ่อนแต่เนื้อ เพราะว่าถ้าตัวมันใหญ่มากๆเนี่ย ก็ต้องแล่เอาแต่เนื้อไปทอดกับซอสฉู่ฉี่จะเอร็ดอร่อยมากเลย แต่ว่าเผอิญที่นั่นวันนั้นตัวเล็กก็เลยเอาไปทอดกรอบแล้วราดซอสฉู่ฉี่ กินด้วยนิ้วกัดไปกัดมาอร่อยมากเลยครับ ผมก็เลยแฮ็ปปี้แล้วก็อิ่มหนำสำราญ หลับตลอดการเดินทางกลับมาตัวเมืองเชียงใหม่เลย วันรุ่ง07ขึ้นก็ได้แวะไปกินอาหารกลางวันที่ร้านก๋วยจั๊บช้างม่อยตัดใหม่ ร้านนี้อยู่มานานมากเลยนะครับ คุณพ่อก็เคยมารับประทานตั้งแต่สมัยเตี่ยเขาทำร้านนี้ ก๋วยจั๊บของเขาเป็นก๋วยจั๊บน้ำข้นมีเครื่องในเยอะแยะ แล้วก็ลักษณะไม่เหมือนกับที่กรุงเทพฯที่ผมคุ้นเคย เพราะว่าน้ำมันจะข้น แต่ว่าไม่ดำเท่าไหร่นัก แต่ว่าสิ่งที่โดดเด่นของเขาก็คือ เครื่องในหมูทั้งหลาย และน้ำที่เข้มข้น แล้วก็มีกลิ่นที่ชูมากที่สุดก็คือ พริกไทยขาว ซึ่งผมก็กินอย่างเอร็ดอร่อยมาก อีกอย่างหนึ่งทีผมต้องขอชมเชยว่าร้านนี้อร่อยมากๆก็คือ สเต๊ะ เพราะว่าร้านสเต๊ะนี้อยู้ตรงข้าม ตรงหัวมุม และเขาทำหมูสเต๊ะเนี่ยได้อร่อยจริงๆ น้ำจิ้มก็ไม่หวานเกินไป และอะจาดก็ยังดีมากๆเลย มีความสุขจริงๆที่ได้กินของพวกนี้ และทำให้เราเนี่ยได้เอร็ดอร่อย และอิ่มหนำสำราญ ตอนนี้ผมก็พยายามลดความอ้วนอยู่ แต่ไปไหนทีไรก็ต้องกินทุกทีเลย ถ้าไปเชียงใหม่นะครับ ให้ไปเที่ยวหนองหอย หรือไปเที่ยวขี่ช้างแถวนั้นนะครับก็แวะไปที่โป่งแยงแอ่งดอย แล้วก็ถ้าอยากกินก๋วยจั๊บที่อร่อยๆกับหมูสเต๊ะก็ไม่ต้องไปไกลนะครับ อยู่ในเมืองนั่นแหละ อยู่ที่ช้างม่อยตัดใหม่นั่นเอง อยู่กลางใจเมืองเลย แล้วเขาก็เปิดตั้งแต่เช้าจนกระทั่งบ่ายเท่านั้นเองนะครับร้านก๋วยจั๊บเนี่ย เพราะฉะนั้น รีบไปหน่อยนะครับ